ขอแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

นายบุญเสริญ สุริยา ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

นายบุญเสริญ สุริยา ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย


ผอ2ผอ4ผอ6

วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2557 เวลา 06.19 น. ท่านผู้อำนวยการบุญเสริญ สุริยา ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้เดินทางมาถึงโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยโดยมี นางผ่องพรรณ สายทอง รองผู้อำนวยการ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราช พร้อมคณะ ร่วมให้การต้อนรับ และนำท่านผู้อำนวยการบุญเสริญ สุริยา กราบพระทศพลญาณมหามุนี พระพุทธรูปประจำโรงเรียนยุพราช เพื่อเป็นสิริมงคล พร้อมนำท่านไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียน

นายบุญเสริญ สุริยา ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
เกิดเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๐๒ ที่ตำบลหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
ประวัติการศึกษา
เข้าศึกษาระดับประถมศึกษา โรงเรียนวัดอินทราพิบูลย์
ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (รุ่นแผลงศร)
ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค จากวิทยาลัยเกษตรกรรมลำพูน
ประกาศนียบัตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่
ปริญญาตรี (ศึกษาศาสตร์บัณฑิต) จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปริญญาโท (วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ประวัติการทำงาน
เริ่มรับราชการ
วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๘ ในตำแหน่งอาจารย์ ๑ ระดับ ๓ โรงเรียนเมืองปานวิทยา อ.เมืองปาน จ.ลำปาง
วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๘ ย้ายไปดำรงตำแหน่งอาจารย์ ๑ ระดับ ๓ โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม
วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๔ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ระดับ ๕ โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม อ.เมืองปาน จ.ลำปาง
วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๑ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ระดับ ๖ โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง
วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๖ ผู้อำนวยการ ระดับ ๘ โรงเรียนเวียงแหงวิทยาคม อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่
วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม
วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
เกียรติยศและความภาคภูมิใจ
ตลอดระยะเวลาที่รับราชการมากว่า ๒๗ ปี ผอ.บุญเสริญ สุริยา ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ปฏิบัติหน้าที่และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์มากมาย อาทิ
-รางวัลข้าราชการพลเรือน ดีเด่น รับเข็มเชิดชูเกียรติ “ ครุฑทองคำ ” สำนักงานนายกรัฐมนตรีประจำปี ๒๕๕๐ จากสำนักนายกรัฐมนตรี
– รางวัลครูดีเด่นประเภทผู้บริหารสถานศึกษา รับเข็มเชิดชูเกียรติ “ คุรุสดุดี ” ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๙ จากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
– รางวัลเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ประเภทผู้บริหารสถานศึกษา จากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา พ.ศ. ๒๕๕๒
-รางวัล ต้นแบบคนดีศรีแผ่นดิน เป็นบุคลต้นแบบที่พึงประสงค์ เป็นแบบอย่างการทำความดีของสังคมจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำปี ๒๕๕๒
-ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่มีผลงานดีเด่น ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๙ จากสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย
-รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาการบริหารการศึกษาปีการศึกษา ๒๕๕๑
– ได้รับพระราชทานเหรียญชายแดน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดนพิเศษเกี่ยวกับการป้องกันราชอาณาจักรและเป็นผลดีต่อราชการจากสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๕๐
-ได้รับเข็มที่ระลึกจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์จากกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๕๐

ด้านการบริหารสถานศึกษา
ผอ.บุญเสริญ สุริยา ยึดหลักธรรมบริหารโรงเรียน “พรหมวิหาร ๔” ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา การบริหารสถานศึกษาต่าง ๆ และสามารถนำพาสถานศึกษาเหล่านั้นได้รับรางวัลมากมาย ได้แก่
-โรงเรียนเวียงแหงวิทยาคม ได้รับคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทาน ระดับมัธยมศึกษา ขนาดเล็ก ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๘
-โรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม ได้รับคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทาน ระดับมัธยมศึกษา ขนาดกลาง ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๒
-โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมเฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ ๖ “ตามรอยเท้าพ่อ กับ ฮอนด้า” ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔
-โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์เป็นสถานศึกษาที่มีผลการประเมินการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ รั้วโรงเรียน” และนโยบายด้านภูมิคุ้มกันภัยยาเสพติด ( Drug – Free ) รับ “ เกียรติบัตรทองคำ” จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๓
-โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม ประจำปี ๒๕๕๓ จากคุรุสภา
-โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ ได้จัดกิจกรรมชมรมคุ้มครองผู้บริโภค ดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๓ จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี
-โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดส้วมสุขสันต์ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ ประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษา จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
-โรงเรียนเวียงแหงวิทยาคม เป็นโรงเรียนต้นแบบในโครงการ ๑ อำเภอ ๑โรงเรียนในฝัน จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
-โรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม ได้รับรางวัลชนะเลิศ กิจกรรม ๑ วัด ๑ ตำบล ๑ โรงเรียน คนดีศรีเชียงใหม่ จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับศูนย์ประสานงานโครงการคนดีศรีเชียงใหม่
– ชมรมเด็กและเยาวชนเชียงใหม่ โรงเรียนเวียงแหงวิทยาคม เป็นสถานศึกษาขนาดเล็ก ที่ดำเนินการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ช่วงชั้นที่ ๓ – ๔ ประเภทยอดเยี่ยม ระดับเขตพื้นที่การศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕๕๐
-โรงเรียนเวียงแหงวิทยาคม ได้ผ่านการประเมินและคัดเลือกสถานศึกษาขนาดใหญ่ที่ดำเนินการพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี ๒๕๕๐

ขอบคุณ ข้อมูลจากประชาสัมพันธ์โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม
ผอ3

18 สิงหาคม วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

พระบิดาแห่งวิทยาศาตร์ไทย

พระบิดาแห่งวิทยาศาตร์ไทย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เนื่องจากในทุก ๆ วันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปี เป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์ วงการดาราศาสตร์ และวงการศึกษาของไทย เพราะถ้าย้อนอดีตกลับไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 จะเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง ที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่พระองค์ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาไว้ล่วงหน้า 2 ปี ต่อมาคณะรัฐมนตรีจึงกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” …วันนี้ Krubie จะพาไปทำรู้จักที่มาที่ไป และประวัติของ วันวิทยาศาสตร์ กันค่ะ…

แต่ก่อนอื่นเราจะพาไปรู้จักความหมายของ “วิทยาศาสตร์” (Science) กันก่อน ซึ่งจริง ๆ แล้วคำว่า วิทยาศาสตร์ หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต รวมทั้งกระบวนการประมวลความรู้เชิงประจักษ์ ที่เรียกว่ากระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และกลุ่มขององค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการดังกล่าว ทั้งนี้ การศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์ยังถูกแบ่งย่อยออกเป็น วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และ วิทยาศาสตร์ประยุกต์
วันวิทยาศาสตร์

ประวัติวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

รัฐบาลไทยกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เนื่องจากวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินชลมารคและสถลมารค ทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง ที่ทรงคำนวณพยากรณ์ไว้ล่วงหน้า 2 ปี ว่าจะเกิดในวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช 1230 โดยจะเห็นหมดดวงและชัดเจนที่สุด คือ ที่หมู่บ้านหัววาฬ ตำบลหว้ากอ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บริเวณ เกาะจาน ขึ้นไปถึง ปราณบุรี และลงไปถึง จังหวัดชุมพร จึงโปรดฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ไปสร้างค่ายหลวงและพลับพลาที่ประทับ มีคณะนักดาราศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศส และเซอร์แฮรี ออด เจ้าเมืองสิงคโปร์เดินทางมาเข้าเฝ้าฯ และร่วมในการสังเกตการณ์ และต่อมาได้มีการสร้าง”อุทยานวิทยาศาสตร์” ที่ อำเภอบ้านหว้ากอ
ผลการคำนวณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแม่นยำมาก เซอร์แฮรี ออด บันทึกเหตุการณ์ไว้ซึ่งต่อมาหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ได้แปลเป็นภาษาไทยในงานหว้ากอรำลึก ณ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2518 ว่า “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระสำราญมาก เพราะการคำนวณเวลาสุริยุปราคาของพระองค์ ได้พิสูจน์แล้วว่าถูกถ้วนที่สุด ถูกถ้วนยิ่งกว่าที่ชาวยุโรปได้คำนวณไว้”

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงรับเอาศิลปวิทยาการ และความคิดสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการปกครองประเทศ ด้วยเหตุนี้องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) จึงได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้วยพระราชกรณียกิจและพระเกียรติคุณนานัปการ โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านดาราศาสตร์

ทั้งนี้ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยเฉพาะทางด้านดาราศาสตร์ มีแนวคิดว่าน่าจะถือเอาวันที่ 18 สิงหาคมเป็นวันวิทยาศาสตร์ไทย ต่อมาวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2525 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” และเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2511 ได้มีการจัดงานขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 18-24 สิงหาคม


นอกจากนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2527 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 18-24 สิงหาคม โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการต่างๆ จนได้รับความสนใจทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ซึ่งทำให้คณะรัฐมนตรีได้เล็งเห็นความสำคัญ ดังนั้น เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2528 คณะรัฐมนตรีจึงได้อนุมัติให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการจัดงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” เป็นประจำทุกปี ระหว่างวันที่ 18-24 สิงหาคม

สำหรับ “อุทยานวิทยาศาสตร์” ที่ บ้านหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่ออุทยานนี้ว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” และได้รับพระบรมราชานุญาติให้จัดสร้าง พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมรูปหล่อประทับนั่งบนพระเก้าอี้ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือ ชุดเดียวกับวันที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาบ้านหว้ากอ เพื่อเป็นการระลึกถึง “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ”

คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2532 : พิทักษ์สิ่งแวดล้อมของชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2533 : เพิ่มคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2534 : ขจัดมลพิษทุกชีวิตจะปลอดภัย
– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2536 : วิทยาศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มคุณค่าชีวิต พิทักษ์สิ่งแวดล้อม

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2537 : ขจัดปัญหาน้ำของชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2538 : เทคโนโลยีสารสนเทศก้าวไกล เศรษฐกิจไทยมั่นคง

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2539 : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาชาติไทยให้ก้าวหน้า

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2540 : พัฒนาคน พัฒนาชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2541 : พัฒนาเศรษฐกิจด้วยวิทยาศาสตร์ พัฒนาชาติด้วยภูมิปัญญาไทย

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2542 : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไกล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตไทยที่ยั่งยื่น

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2543 : พัฒนาคน พัฒนาชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2544 : วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เพื่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2545 : วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เพื่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2546 : เส้นทางแห่งการค้นพบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณค่าแห่งภูมิปัญญา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2547 : เศรษฐกิจของชาติมีปัญหา วิทยาศาสตร์มีคำตอบ

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2548 : วิทยาศาสตร์คือความรู้สู่ความสำเร็จ

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2549 : เศรษฐกิจพอเพียง เคียงคู่ไทย ก้าวไกลด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2550 : วิทยาศาสตร์สร้างปัญญาในสังคม

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2551 : วิทยาศาสตร์สร้างชาติ สร้างอนาคต
– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2552 : วิทยาศาสตร์ก้าวไกล นำไทยก้าวหน้า

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2553 : จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2554 : จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์
– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2555 : จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์

– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2556 : ทันโลก ทันวิทย์ จุดประกายความคิดสู่อาเซียน
– คำขวัญวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2557 : จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

1. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”

2. เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นวิถีทางหนึ่งของการแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคน ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

3. เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ผลงาน การค้นคว้า วิจัย ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ

4. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่าภาครัฐและเอกชน ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

5. เพื่อสนับสนุนให้กำลังใจและโอกาสแก่นักวิจัย นักประดิษฐ์ ได้แสดงผลงานต่อสาธารณชน

กิจกรรมที่ควรปฏิบัติใน วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

– ร่วมพิธีวางมาลาและเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

– จัดนิทรรศการเผยแพร่ พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

– จัดกิจกรรมส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์ และสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ

งานวันวิทยาศาสตร์

งานวันวิทยาศาสตร์จังหวัดเชียงใหม่

12 สิงหา วันแม่แห่งชาติ 2557

12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ 2557

12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ 2557

ความหมายของคำว่า “แม่”

     คำว่า “แม่” พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายของคำว่า “แม่” ไว้ดังนี้

     แม่ หมายถึง หญิงในฐานะที่เป็นผู้ให้กำเนิดแก่ลูก, คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน

     ในทางพระพุทธศาสนา ได้ให้ความหมายของคำว่า “แม่” ซึ่งหมายถึง หญิงที่มีครอบครัวไว้หลายนัย เช่น

  1. แม่บางทีเรียกว่า มารดา มารดร หมายถึง เป็นใหญ่ เช่น แม่ทัพ แม่น้ำ แม่กอง เป็นต้น อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ภายในกิจการนั้นๆ ในที่นี้มาใช้กับผู้ให้กำเนิดแก่ลูกและหาตัวแทนไม่ได้

        – หญิงในฐานะผู้ให้กำเนิดแก่ลูก และหาตัวแทนไม่ได้

        – คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน

        – คนที่เป็นหัวหน้า หรือเป็นนาย โดยไม่จำกัดว่าเป็นชายหรือหญิง เช่น แม่ทัพ แม่กอง ฯลฯ

     รวมความแล้ว “แม่” คือ ผู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน โดยการรับผิดชอบนั้นมีขอบเขตภายในบ้านเรือน

  1. ชนนีหมายถึง ผู้ให้กำเนิดลูก, เป็นที่บังเกิดเกล้าของลูก
  1. ภรรยาหรือภริยา หมายถึง

        – เมีย หรือ หญิงผู้เป็นคู่ครองของชาย

        – ผู้เลี้ยง หรือผู้ดูแลสมาชิกของครอบครัว

     นักภาษาศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า คำว่า “แม่” ของทุก ๆ ภาษา มาจากการออกเสียงของเด็ก โดยคำขึ้นต้นด้วยพยัญชนะริมฝีปากคู่ ได้แก่ ม , พ , ป ,บ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นพยัญชนะชุดแรกที่เด็กสามารถทำเสียงได้ โดยการใช้ริมฝีปากบนและล่าง ดังเช่น

ภาษาไทย แม่

ภาษาจีน ม๊ะ หรือ ม่า
ภาษาฝรั่งเศส la mere (ลา แมร์)

ภาษาอังกฤษ mom , mam
ภาษาโซ่ เม๋เปะ

ภาษาไทใต้คง เม เป็นต้น

ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติ

 

            ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี พ.ศ.2457 โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว 

 

ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย

 

     วันแม่แห่งชาติ งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีงานวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน

     ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สุขสันต์ ......แม่

พระคุณแม่   หาใดเทียบ  บอกรักแม่ทุก ๆ วัน

ทำไมจึงใช้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่

 

     การที่ใช้ดอกมะลิ เป็นสัญลักษณ์วันแม่ ก็เพราะดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมที่หอมไปไกลและหอมได้นาน ผลิดอกได้ทั้งปี อีกทั้งยังนำไปปรุงเป็นเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งที่แม่มีต่อลูก เป็นความรักที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาที่ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีพิษมีภัย มีแต่ความชุ่มชื่นใจดั่งความหอมของดอกมะลิ

ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่

 

ดอกมะลิดอกไม้ประจำวันแม่

ชื่อ :

มะลิ มะลิลา มะลิหลวง มะลิซ้อน

ชื่อวิทยาศาสตร์ และชื่อพฤกษศาสตร์ :

Jusminum adenophyllum.

วงศ์ :

OLEACEAE

ลักษณะทั่วไป :

เป็น พรรณไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ ลำต้นสูงประมาณ 5 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกเป็นคู่ ไปตามก้านต้นลักษณะใบป้อมมน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบไม่มีจัก ผิวใบเรียบสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบยาว 2-3 นิ้ว มีดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกเป็นช่อตามปลายยอดหรือปลายกิ่งประมาณ 3-5 ดอก แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ดอกมีสีขาวกลิ่นหอม มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน ออกดอกตลอดปี

การขยายพันธุ์ :

เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง ต้องการน้ำปานกลาง ปลูกในดินร่วนซุย ขยายพันธุ์โดยการปักชำ หรือตอนกิ่ง

สรรพคุณทางยา :

มะลินอกจากจะมีกลิ่นหอมไว้ดมแล้ว มะลิดอกแห้งใช้ปรุงเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี

มะลิหอมน้อมวางข้างข้างตัก กรุ่นกลิ่น รักบริสุทธิ์ผุดผ่องใส

แทนทุกคำทุกถ้อยร้อยจากใจ เป็นมาลัย กราบแม่พร้อมน้อมบูชา

ดอกเอ๋ยดอกมะลิ

ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น

สดสะอาดปราศสีราคีระคน 

เหมือนกมลใสสดหมดระคาย

กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง  

เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย

อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย

ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย

*คำประพันธ์บทดอกสร้อยชื่อ แม่จ๋า ของท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา

มาลัย แทนรักจากใจ มอบให้แม่

มาลัย แทนรักจากใจมอบให้แม่

ขอบคุณข้อมูล

http://www.dmc.tv/pages/top_of_week

การเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวเชียงราย เชียงใหม่ ตึกสูงกทม.รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน

วันที่ 6 พ.ค. 2557เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ จังหวัดเชียงราย

วันที่ 6 พ.ค. 2557เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ จังหวัดเชียงราย


เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ ที่บริเวณต.ทรายขาวอ.พานจ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (5พ.ค.) ว่า จนถึงขณะนี้ชาวบ้านใน จ.เชียงราย ยังคงหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากตลอดเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีแผ่นดินไหว หรืออาฟเตอร์ช็อกติดตามมาตลอดนับจนถึงเวลา 19.00น.ของวันนี้ นับแล้วรวมกว่า 200 ครั้ง โดยแยกเป็นความรุนแรงระดับ 5.0-5.9 ริกเตอร์ จำนวน 7 ครั้งขนาด 4.0–4.9 ริกเตอร์ จำนวน 16 ครั้งขนาด 3.0–3.9 ริกเตอร์ จำนวน56ครั้งและขนาดน้อยกว่า 3.0 ริกเตอร์ มากกว่า121ครั้ง สำหรับอาฟเตอร์ช็อกครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.46น.ที่ผ่านมา ขนาดความรุนแรงไม่ต่ำกว่า4ริกเตอร์ แต่ยังไม่ทราบจุดศูนย์กลาง อย่างไรก็ตามแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน จนทำให้ชาวบ้านที่นอนหลับต่างสะดุ้งตกใจตื่น และโทรศัพท์มาสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก. จังหวัดเชียงรายประกาศให้พื้นที่ 7 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติแผ่นดินไหวแล้ว
วันนี้ (6 พ.ค.2557) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.กระทรวงคมนาคม, นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้เรียกประชุม หลังเกิดแผ่นดินไหว ได้ประกาศให้พื้นที่ 7 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.พาน อ.แม่ลาว อ.ป่าแดด และบางส่วนของ อ.แม่สรวย อ.พญาเม็งราย และ อ.เวียงชัย ให้เป็นพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อจะจัดสรรงบประมาณ และกำลังพลเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ อาคารที่สร้างก่อนปี 2549 ซึ่งยังไม่มีกฎหมายควบคุมอาคาร”

ในวันที่ ุ6 พ.ค. 2557 krubie อยู่ที่บ้านอำเภอสันทรายจังหวัดเชียงใหม่ รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนและตกใจเพราะไม่เคยพบเหตุการ์ณแผ่นดินไหวที่รุนแรง ขนาดนี้ และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อค หลายครั้งมาก เริ่มกลัวว่าจะเกิดอันตราย และในอนาคต ไม่สามารถทำนายเหตุการณ์ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด? ที่ไหน? ขนาดเท่าใด? ฉนั้นเราควรมาศึกษาเรื่องแผ่นดินไหวกันเถอะ
แผ่นดินไหว เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สินของมนุษย์ได้เป็นบริเวณกว้าง เชื่อกันว่าทุกประเทศได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ปัจจุบันพบว่ามีความพยายามอย่างมากในหลายประเทศ ซึ่งได้รับอันตรายจากแผ่นดินไหว ศึกษา และทำความเข้าใจถึงกลไกของการเกิดแผ่นดินไหว เพื่อการพยากรณ์แผ่นดินไหว และทำนายเหตุการณ์ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด? ที่ไหน? ขนาดเท่าใด? แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่มีผู้ใดสามารถ พยากรณ์แผ่นดินไหวได้อย่างถูกต้อง โดยทั่วไปสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเผชิญภัยแผ่นดินไหว คือการเตรียมพร้อมที่ดี แต่ละประเทศควรมีมาตรการในการป้องกัน และบรรเทาภัยแผ่นดินไหวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว รอยเลื่อนต่าง ๆ ให้ความรู้ และข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหวต่อประชาชน ให้มีการแบ่งเขตแผ่นดินไหวตามความเหมาะสมของความเสี่ยงภัย ออกกฎหมายให้อาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ สามารถรับแรงแผ่นดินไหวตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่เสี่ยงภัย มีการวางแผนการจัดการที่ดี หากเกิดความเสียหายร้ายแรงหลังการเกิดแผ่นดินไหว เป็นต้น ในกรณีของประเทศไทย แม้ว่าตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิประเทศจะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวต่ำ แต่เพื่อความไม่ประมาท กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมมาตรการข้างต้นโดยมีภารกิจในการตรวจวัดแผ่นดินไหวตลอด 24 ชั่วโมง แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศเป็นประจำ ตลอดจนวางแผนจัดตั้งโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสาธารณชนได้

มารู้จักแผ่นดินไหวกันเถอะ

ข่าว แผ่นดินไหว http://www.tmd.go.th/earthquake_report.php

สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว

http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/science04/34/page/idea_3.html

http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/earth-science/chapter1_3.html

http://www.rtrc.in.th/ewt_news.php?nid=33&filename=index

http://www.thaibizcenter.com/knowledgecenter.asp?kid=763

http://www.dmr.go.th/main.php?filename=case_eq

การเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว

http://news.mthai.com/hot-news/161960.html

การประกวดโครงงานประจำปีการศึกษา 2556

โครงการกรุงไทยยุววาณิช ประจำปี 2556
ชื่อกิจการ บริษัท YRC Something Food รหัสบริษัท 56559110187 ก่อตั้งโดย
นางสาวจิณณ์ณิชา ลุงปวน ผลิต แกงฮังเล โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่
1. ชื่อบริษัท “บริษัท Y.R.C. Something Food จำกัด”
2. ครูดรุณี กันธมาลา ครูที่ปรึกษา
3. กรรมการของบริษัท มี 7 คน ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
(1) นางสาวจิณณ์ณิชา ลุงปวน กรรมการผู้จัดการ
(2) นางสาวพิมลพร สุริยะ สมาชิก
(3) นางสาวชยาภรณ์ จงจำเนียร สมาชิก
(4) นางสาวพัชริดา เสงี่ยมพันธุ์ สมาชิก
(5) นางสาวพีรคนางค์ บุญยสิทธ์ สมาชิก
(6) นายศตวรรษ นันทยา สมาชิก
(7) นายต่อพงษ์ นันธ์มณี สมาชิก

วัตถุประสงค์ของบริษัทนี้ มี 3ข้อ ดังนี้

1. เพื่อให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยว มีอาหารสะอาด อร่อย
มีคุณค่าทางโภชนาการถูกสุขอนามัย ราคาถูก บริโภค
2. เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายไปซื้ออุปกรณ์การเรียนที่ขาดแคลน
เพื่อใช้ในการเรียนการสอนของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
3. เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานจริง ในการทำงานของกลุ่มและเป็นการจุดประกาย
แนวความคิดและวิธีการทำธุรกิจในการผลิต ผลิตภัณฑ์ ให้กับเพื่อนนักเรียนและชุมชน

ขอแสดงความยินดีกับทีมกิจการ บริษัท YRC Something Food รหัสบริษัท 56559110187
ที่ผ่านเข้ารอบแรกทั้ง 97 ทีมสำหรับ 97 ทีมที่ผ่านเข้ารอบแรกนั้น ทางคณะกรรมการธนาคาร
จะลงพื้นที่ไปประเมินผลการดำเนินธุรกิจจริง ระหว่างวันที่ 20-31 มกราคม 2557

การประกวดโครงงาน “ TISCO Fun-nancial Champion 2013 ”

ครูดรุณี กันธมาลา ครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (ธุรกิจ)
ได้ส่งนักเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการของ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) “TISCO Fun-nancial Champion”
ใช้ – เหลือ -เก็บ เคล็ดไม่ลับฉบับมัธยม ในวันที่ ๔-๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ ธนาคารทิสโก้
สำนักงานใหญ่ ถ.สาทรเหนือ กรุงเทพฯ และได้คัดเลือกรอบที่ 1 ผู้เข้าร่วมโครงการจากใบสมัครทั้งสิ้น ๓๖๒ ทีม
จาก ๒oo โรงเรียนทั่วไประเทศ คัดเหลือ ๔o ทีม จาก ๔o โรงเรียน และรอบที่ ๒ คัดจาก ๔o ทีม
เหลือ ๕ โรงเรียน โดยทีม Yrc Guru Fun-nancial จากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยได้รับคัดเลือก
ให้เข้าร่วมกิจกรรม 1ใน 5 ทีม ได้แก่
๑. นางสาวชนิตา ทองทิพย์ ม.4/9
๒. นางสาวอิสรีย์ โค้วอินทร์ ม.4/9
๓. ครูที่ปรึกษา ครูดรุณี กันธมาลา กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานธุรกิจ)

ผลการนำนักเรียนเดินทางไปประกวดโครงงาน ระหว่าง วันที่ ๙-๑๑ มกราคม ๒๕๕๗ ณ ธนาคารทิสโก้
สำนักงานใหญ่ ถ.สาทรเหนือ กรุงเทพฯ ดังต่อไปนี้
– รางวัลชนะเลิศ “ TISCO Fun-nancial Champion 2013 ” (จำนวน 1 รางวัล)
รับ ทุน จานวน 100,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1
รับ ทุน จำนวน 50,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนเลยพิทยาคม จังหวัดเลย
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2
รับทุน จำนวน 30,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ – รางวัลชมเชย (จำนวน 2 รางวัล)
รับทุน รางวัลละ 10,000 บาท ได้แก่โรงเรียน โรงเรียนโพนทองพัฒนาวิทยา จังหวัดร้อยเอ็ด และ
โรงเรียน กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
ขอขอบคุณ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินโครงการ) “TISCO Fun-nancial Champion”
ใช้ – เหลือ -เก็บ เคล็ดไม่ลับฉบับมัธยม และ ผู้สนับสนุนทุก ๆ ท่าน อาทิเช่น นายวิษณุ ไชยแก้วเมร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน
คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เครือข่ายผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียน เจ้าหน้าที่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ตลอดจนชุมชน ต่างๆ
ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้การสนับสนุน เป็นกำลังใจ ในการดำเนินโครงการจนได้รับความสำเร็จ

การนำเสนอโครงการ Rise Stnadard

Yrc Champion อัศวิน มอก. โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

การประกวด โครงการจัดทำระบบบริหารเครือข่ายยุวชน “อัศวิน มอก.” และโรงเรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐาน
เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม “Rise Standard อัศวิน มอก Yrc Champion ”

ครูดรุณี กันธมาลา ครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (ธุรกิจ)
ได้ส่งนักเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)
ได้ดำเนินโครงการจัดทำระบบบริหารเครือข่ายยุวชน “อัศวิน มอก.” และโรงเรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐาน
เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (Green & Safe’s Knight)ใน วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๖
ณ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ได้คัดเลือก รอบที่ 1 ผู้เข้าร่วมโครงการจากใบสมัครทั้งสิ้น ๕o ทีม
จาก โรงเรียนทั่วไประเทศ คัดเหลือ ๑o ทีม จาก ๕o โรงเรียน และรอบที่ ๒ คัดจาก ๑o ทีม โรงเรียน
โดยทีม “ Rise Standard อัศวิน มอก Yrc Champion ” จากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
ได้รับคัดเลือก ให้เข้าร่วมกิจกรรม ๑ใน ๑o ทีม
ผู้ดำเนินการ
1. ครู ดรุณี กันธมาลาครูที่ปรึกษา กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานธุรกิจ)
2. ครูรมมาดี พรวนหาญ หัวหน้าระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 2
3. น.ส. เกษแก้ว ภักดี รองผู้อำนวยการ
3. นายรังสฤษฏิ์ เอี่ยมสะอาด รองผู้อำนวยการ
4. นายบุญยิ่ง ฉัตรเสาวภัณฑ์ รองผู้อำนวยการ
5. น.ส.ศิริพร ดรุณธรรม รองผู้อำนวยการ
6. คุณวีรวิทย์ อนันต์ชัยธนกุล ประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
7. นายมหาวัน กะวัง นายกสมาคมศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัย
8. ด.ญ.กัญญาณัฐ ไชยรัมย์ อัศวิน มอก.
9. ด.ญ.วิสิตา ขันแก้ว อัศวิน มอก.
10. ด.ญ.ชญาณิศแก้ว จันทร์กมล อัศวิน มอก.
11. ด.ญ.ชนิกานต์ คำพรหม อัศวิน มอก.
12. ด.ญ.จตุรพร พันธุ์จันทร์ อัศวิน มอก.
13. ด.ญ. จิรัชญา เชียงทอง ทีมงาน
14. ด.ช.พบเก้า สุวรรณวิชนีย์ ทีมงาน
15. ด.ช.วัชพล สุวรรณศรี ทีมงาน
16. ด.ช.วีรยุทร เจียมศักดิ์ ทีมงาน
17. ด.ญ.กิติยากร ภูสด ทีมงาน
18. ด.ญ.จิรานันท์ ทองห่อ ทีมงาน
19. ด.ญ.ปราณชนก ชูชัย ทีมงาน
20. ด.ญ.ชนกนาถ วชิรรังสรรค์ ทีมงาน
21. ด.ญ.ณัฐชานันท์ พัฒน์นิติชัย ทีมงาน
22. ฯลฯ ทีมงานอัศวิน มอก.

ผลการนำนักเรียนเดินทางไปประกวดโครงงาน ระหว่าง วันที่ ๑๙-๒๑ มีนาคม ๒๕๕๗
ณ ห้องแกรนด์ฮอล์ ๒ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ดังต่อไปนี้
– รางวัลชนะเลิศ ““Rise Standard อัศวิน มอก Yrc Champion ”” (จำนวน 1 รางวัล)
รับ ทุน จานวน 60,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1
รับ ทุน จำนวน 40,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนหนองหินวิทยาคม จังหวัดเลย
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2
รับทุน จำนวน 20,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย จังหวัดร้อยเอ็ด
– รางวัลชมเชย (จำนวน 7 รางวัล)
รับทุน รางวัลละ 10,000 บาท ได้แก่
โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา จังหวัดลำปาง
โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ จังหวัดลำปาง
โรงเรียนยางฮอมวิทยาคม จังหวัดเชียงราย
โรงเรียนชัยมงคลพิทยา จังหวัดสุโขทัย
โรงเรียนมหาวิชานุกูล จังหวัดมหาสารคาม
โรงเรียนสินปุนคุณวิชญ์ จังหวัดกระบี่
โรงเรียนวังน้ำคู้ศึกษา จังหวัดพิษณุโลก

ขอขอบคุณ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)ได้ดำเนินโครงการจัดทำระบบบริหารเครือข่ายยุวชน
“อัศวิน มอก.” และโรงเรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐาน เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
(Green & Safe’s Knight) และ ผู้สนับสนุนทุก ๆ ท่าน อาทิเช่น นายวิษณุ ไชยแก้วเมร์
ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เครือข่ายผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียน เจ้าหน้าที่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
ตลอดจนชุมชน ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้การสนับสนุน เป็นกำลังใจ ในการดำเนินโครงการจนได้รับความสำเร็จ

Tisco Fun-nancial Champion

ครูที่ปรึกษานางดรุณี    กันธมาลา   กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานธุรกิจ)                   น.ส.อิสรีย์   โค้วอินทร์                     น.ส.ชนิตา    ทองทิพย์

ครูที่ปรึกษานางดรุณี กันธมาลา กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานธุรกิจ)
น.ส.อิสรีย์ โค้วอินทร์
น.ส.ชนิตา ทองทิพย์

ตามที่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เชิญชวนโรงเรียนเข้าร่วมโครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่เยาวชน “TISCO Fun-nancial Champion” ใช้-เหลือ-เก็บ เคล็ดไม่ลับฉบับมัธยม นั้นโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้รับการพิจารณาให้เข้าร่วมโครงการ 1 ใน 40 โรงเรียน เป็นตัวแทนภาคเหนือ และได้ดำเนินโครงการ Yrc Guru Fun-nancial นำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปสร้างสรรค์การต่อยอดการเรียนรู้ เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องราว ของการเงินการธนาคาร การวางแผนการเงิน แนวคิดการจัดการทางการเงินที่ถูกต้อง และการลงทุนอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยถ่ายทอดการเรียนรู้ในรูปแบบผสมผสาน สนุกสนาน และเข้าใจง่าย เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้นำความรู้ที่ได้ปรับใช้ในชีวิตประจำวันของครอบครัว เพื่อคุณภาพที่ดี อย่างยั่งยืน ซึ่งดำเนินโครงการได้เสร็จสิ้นแล้ว 5 กิจกรรม ดังต่อไปนี้
1. ร่วมสร้างผู้ปกครองพันธ์ใหม่ใส่ใจการวางแผนจัดการเงินทอง
2. เพาะบ่มภูมิคุ้มกันทางการเงินจากเพื่อนสู่เพื่อน
3. Road Show Project สู่น้อง ๆ ต่างโรงเรียน
4. Road Show Project สร้างภูมคุ้มกันสู่ชุมชน
5. เสวนาพูดคุยเรื่องการเงินกับชุมชน

เพาะบ่มภูมิคุ้มกันสู่  พี่ เพื่อน น้อง ๆ ในโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

เพาะบ่มภูมิคุ้มกันสู่ พี่ เพื่อน น้อง ๆ ในโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

เผยแพร่ ให้ความรู้ครู บุคคลากร พี่ เพื่อน ๆ น้อง ๆ พ่อค้า แม่ค้า ในโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

เผยแพร่ ให้ความรู้ ครู บุคคลากร พี่ เพื่อน ๆน้อง ๆ พ่อค้า แม่ค้า ในโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย


วันที่ 22 กันยายน 2556
ผู้ปกครองโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
ร่วมสร้างผู้ปกครองพันธ์ใหม่ใส่ใจการวางแผนจัดการเงินทอง

ร่วมสร้างผู้ปกครองพันธ์ใหม่ใส่ใจการวางแผนจัดการเงินทอง

วันที่ 26 กันยายน 2556
ครู เจ้าหน้าที่ บุคคลากร พี่ เพื่อน ๆ พ่อค้า แม่ค้า ในโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
Road Show Project สู่น้อง ๆ ต่างโรงเรียน

วันที่ 4 ตุลาคม 2556
Road Show Project สู่น้อง ๆ ต่างโรงเรียน ณ โรงเรียนพุทธิโศภณ

 Road Show Project  สู่น้อง ๆ โรงเรียน เทศบาลวัดศรีดอนไชย

Road Show Project สู่น้อง ๆ โรงเรียน เทศบาลวัดศรีดอนไชย


วันที่ 7 ตุลาคม 2556
Road Show Project สู่น้อง ๆ ต่างโรงเรียน ณ โรงเรียน เทศบาลวัดศรีดอนไชย

  Road Show Project  สู่น้อง ๆ โรงเรียนเทศบาลดอกเงิน

Road Show Project สู่น้อง ๆ โรงเรียนเทศบาลดอกเงิน


วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556
Road Show Project สู่น้อง ๆ ต่างโรงเรียน ณ โรงเรียนเทศบาลดอกเงิน
  Road Show Project  สู่น้อง ๆ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย

Road Show Project สู่น้อง ๆ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556
Road Show Project สู่น้อง ๆ ต่างโรงเรียน ณ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย

  Road Show Project  สร้างภูมิคุ้มกันสู่ชุมชน ณ ตลาดประตูเชียงใหม่

Road Show Project สร้างภูมิคุ้มกันสู่ชุมชน ณ ตลาดประตูเชียงใหม่

วันที่ 18 ตุลาคม 2556
Road Show Project สร้างภูมิคุ้มกันสู่ชุมชน ณ ตลาดประตูเชียงใหม่

  Road Show Project  สร้างภูมิคุ้มกันสู่ชุมชนณ ตลาดศิริวัฒนา (กาดธานินทร์)

Road Show Project สร้างภูมิคุ้มกันสู่ชุมชน ณ ตลาดศิริวัฒนา (กาดธานินทร์)

วันที่ 21 ตุลาคม 2556
Road Show Project สร้างภูมิคุ้มกันสู่ชุมชน ณ ตลาดศิริวัฒนา (กาดธานินทร์)

เสวนาพูดคุยเรื่องการเงิน (กองทุนหมู่บ้าน) ชุมชน  ณ  ชุมชนเชตวัน

เสวนาพูดคุยเรื่องการเงิน (กองทุนหมู่บ้าน) ชุมชน ณ ชุมชนเชตวัน

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556
เสวนาพูดคุยเรื่องการเงิน (กองทุนหมู่บ้าน) ชุมชน ณ ชุมชนเชตวัน

เสวนาพูดคุยเรื่องการเงิน (กองทุนหมู่บ้าน) ชุมชน ณ ชุมชนช้างม่อย

เสวนาพูดคุยเรื่องการเงิน (กองทุนหมู่บ้าน) ชุมชน ณ ชุมชนช้างม่อย

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2556
เสวนาพูดคุยเรื่องการเงิน (กองทุนหมู่บ้าน) ชุมชน ณ ชุมชนช้างม่อย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

โครงการ Yrc Guru Fun-nancial

http://yrcgurufunnancial.wordpress.com/

น้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ถวายความอาลัย

ถวายความอาลัย

 

ประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเดินทางมาสักการะพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งประดิษฐานยังตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องแน่นตลอดทั้งวัน  ขณะที่ทางวัดได้จัดทำหนังสือรวบรวมพระนิพนธ์ธรรมะ แจกจ่ายให้ประชาชนที่มาสักการะพระศพ  นอกจากนี้ ผู้นำพุทธทั่วโลกส่งสาส์นไว้อาลัย

สำหรับการสวดพระอภิธรรมพระศพจะมีตลอดทั้งวันคือ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 10.30 น. 12.30 – 17.00 น. และ 20.00 – 21.00 น. สลับกับการประโคมย่ำยามตลอดทั้ง 7 วัน หน่วยงานต่างๆ และประชาชนสามารถมาร่วมสวดพระอภิธรรมได้ทุกวัน  ทั้งนี้  หลังครบกำหนด 7 วัน ในการบำเพ็ญพระราชกุศล หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน สามารถขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระศพได้

วัดบวรฯเปิดสถานที่สำคัญให้ชม

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน วัดบวรนิเวศฯยังเปิดสถานที่สำคัญให้ประชาชนเข้าชม เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระสังฆราช  ที่ตำนักคอยท่าปราโมช  สถานที่ประทับทรงงานของสมเด็จพระสังฆราช  อาคารมนุษยนาควิทยาทาน  ซึ่งเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการของสมเด็จพระสังฆราช รวมถึงอาคารสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย  ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ 100 ปีสดุดีสังฆบิดร ในรูปแบบ 4 มิติ  ซึ่งมีประชาชนเข้าชมอย่างต่อเนื่องตลอดวัน โดยเฉพาะที่ตำหนักคอยท่าปราโมช  สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชได้เปิดเพลง ชีวิตนี้น้อยนัก แต่สำคัญนัก ที่แต่งขึ้นในโอกาสการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสังฆราช ให้ประชาชนที่เข้ามาชมตำหนักคอยท่าปราโมชได้ฟังด้วย

แจกหนังสือรวม”พระนิพนธ์”

ด้านนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ช่วงเช้าตนเข้าไปกราบสักการะสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ และแจ้งว่ารัฐบาลยินดีสนับสนุนการดำเนินงานจัดงานพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพสมเด็จพระสังฆราชอย่างเต็มที่  ซึ่งสมเด็จพระวันรัต ก็อนุโมทนาในกุศลเจตนาของรัฐบาลที่ทำหน้าที่แทนประชาชนทุกคน จากนี้กำหนดการพระราชพิธีต่างๆ ทางวัดเป็นผู้กำหนดเอง

ขณะที่พระศากยวงศ์วิสุทธิ์  ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชเปิดเผยว่า ทางวัดได้จัดทำหนังสือชื่อ ชีวิตนี้น้อยนัก  ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมพระนิพนธ์ และพระธรรมบรรยายของสมเด็จพระสังฆราช รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม  ซึ่งจะแจกให้ประชาชนที่มากราบสักการะพระศพสมเด็จพระสังฆราช  พร้อมพระรูปฉลองพระชนมายุ 100 ชันษา 3 ตุลาคม 2556 ส่วนเหรียญที่ระลึก ยังไม่ได้จัดทำ นอกจากนี้ ในพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) สมเด็จพระสังฆราช  สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เตรียมจัดทำหนังสือ ญาณสังวรเทศนา ซึ่งรวบรวมคำเทศน์ในโอกาสต่างๆของสมเด็จพระสังฆราชไว้แจกผู้ที่มาร่วมงานจำนวน 2,000 เล่ม

 

ยุวชน “อัศวิน มอก. ” Yrc Champion

ในปีการศึกษา 2557 เปิดรับสมัคร สมาชิกที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม อัศวิน มอก.
สมัครได้ที่ครู ดรุณี กันธมาลา เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (Green & Safe’s Knight) มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

รางวัลชนะเลิศ ““Rise Standard อัศวิน มอก Yrc Champion ”” (จำนวน 1 รางวัล) รับ ทุน จานวน 60,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

รางวัลชนะเลิศ ““Rise Standard อัศวิน มอก Yrc Champion ”” (จำนวน 1 รางวัล)
รับ ทุน จานวน 60,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ดำเนินโครงการจัดทำระบบบริหารเครือข่ายยุวชน “ อัศวิน มอก.” และโรงเรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐาน เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เยาวชนได้มีความรู้ด้านการมาตรฐาน ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการมาตรฐาน ในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม และนำความรู้ด้านการมาตรฐานที่ได้รับจัดทำกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่มาตรฐานในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมโครงการ สำนักงานได้จัดให้มีการประกวดโครงการการสร้างเครือข่ายยุวชน ยุวชน “ อัศวิน มอก.” และโรงเรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐาน เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (Green & Safe s Knight ) โดยทำการคัดเลือกตัวแทนที่เขียนโครงการและคัดเลือก 20 โรงเรียนทั่วไประเทศโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 5- 7 กันยายน 2556 ณ โรงแรมเดอะ รีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากในปัจจุบันนี้การมาตรฐานเป็นส่วนสำคัญต่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้บริโภคโดยทั่วไป ทีม Yrc – Champion ตระหนักเห็นความสำคัญอย่างยิ่งว่าบุคลากรทางด้านการศึกษาครู เยาวชน ผู้ปกครองนั้น จะเป็นผู้ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานให้ลงไปสู่การรับรู้ของเด็กเยาวชนและประชาชน จึงได้จัดทำโครงการ Rise Standard ขึ้นเพื่อต้องการให้นักเรียนและครูอาจารย์ ได้เห็นความสำคัญ มีความรู้ความเข้าใจและนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

การประกวด โครงการจัดทำระบบบริหารเครือข่ายยุวชน “อัศวิน มอก.” และโรงเรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐานเพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม “Rise Standard อัศวิน มอก Yrc Champion ”
ครูดรุณี กันธมาลา ครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (ธุรกิจ)
ได้ส่งนักเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)
ได้ดำเนินโครงการจัดทำระบบบริหารเครือข่ายยุวชน “อัศวิน มอก.” และโรงเรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐาน
เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (Green & Safe’s Knight)ใน วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ได้คัดเลือก รอบที่ 1 ผู้เข้าร่วมโครงการจากใบสมัครทั้งสิ้น ๕๐ ทีมจาก โรงเรียนทั่วไประเทศ คัดเหลือ ๑๐ ทีม จาก ๕๐ โรงเรียน และรอบที่ ๒ คัดจาก ๑๐ ทีม โรงเรียน
โดยทีม “ Rise Standard อัศวิน มอก Yrc Champion ” จากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
ได้รับคัดเลือก ให้เข้าร่วมกิจกรรม ๑ใน ๑๐ ทีม
ผู้ดำเนินการ
1. ครู ดรุณี กันธมาลาครูที่ปรึกษา กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานธุรกิจ)
2. ครูรมมาดี พรวนหาญ หัวหน้าระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 2
3. น.ส. เกษแก้ว ภักดี รองผู้อำนวยการ
3. นายรังสฤษฏิ์ เอี่ยมสะอาด รองผู้อำนวยการ
4. นายบุญยิ่ง ฉัตรเสาวภัณฑ์ รองผู้อำนวยการ
5. น.ส.ศิริพร ดรุณธรรม รองผู้อำนวยการ
6. คุณวีรวิทย์ อนันต์ชัยธนกุล ประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
7. นายมหาวัน กะวัง นายกสมาคมศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัย
8. ด.ญ.กัญญาณัฐ ไชยรัมย์ อัศวิน มอก.
9. ด.ญ.วิสิตา ขันแก้ว อัศวิน มอก.
10. ด.ญ.ชญาณิศแก้ว จันทร์กมล อัศวิน มอก.
11. ด.ญ.ชนิกานต์ คำพรหม อัศวิน มอก.
12. ด.ญ.จตุรพร พันธุ์จันทร์ อัศวิน มอก.
13. ด.ญ. จิรัชญา เชียงทอง ทีมงาน
14. ด.ช.พบเก้า สุวรรณวิชนีย์ ทีมงาน
15. ด.ช.วัชพล สุวรรณศรี ทีมงาน
16. ด.ช.วีรยุทร เจียมศักดิ์ ทีมงาน
17. ด.ญ.กิติยากร ภูสด ทีมงาน
18. ด.ญ.จิรานันท์ ทองห่อ ทีมงาน
19. ด.ญ.ปราณชนก ชูชัย ทีมงาน
20. ด.ญ.ชนกนาถ วชิรรังสรรค์ ทีมงาน
21. ด.ญ.ณัฐชานันท์ พัฒน์นิติชัย ทีมงาน
22. ฯลฯ ทีมงานอัศวิน มอก.
ผลการนำนักเรียนเดินทางไปประกวดโครงงาน ระหว่าง วันที่ ๑๙-๒๑ มีนาคม ๒๕๕๗
ณ ห้องแกรนด์ฮอล์ ๒ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ดังต่อไปนี้

– รางวัลชนะเลิศ ““Rise Standard อัศวิน มอก Yrc Champion ”” (จำนวน 1 รางวัล)
รับ ทุน จานวน 60,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1
รับ ทุน จำนวน 40,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนหนองหินวิทยาคม จังหวัดเลย
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2
รับทุน จำนวน 20,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย จังหวัดร้อยเอ็ด
– รางวัลชมเชย (จำนวน 7 รางวัล)
รับทุน รางวัลละ 10,000 บาท ได้แก่
โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา จังหวัดลำปาง
โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ จังหวัดลำปาง
โรงเรียนยางฮอมวิทยาคม จังหวัดเชียงราย
โรงเรียนชัยมงคลพิทยา จังหวัดสุโขทัย
โรงเรียนมหาวิชานุกูล จังหวัดมหาสารคาม
โรงเรียนสินปุนคุณวิชญ์ จังหวัดกระบี่
โรงเรียนวังน้ำคู้ศึกษา จังหวัดพิษณุโลก
ขอขอบคุณ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)ได้ดำเนินโครงการจัดทำระบบบริหารเครือข่ายยุวชน“อัศวิน มอก.” และโรงเรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐาน เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม(Green & Safe’s Knight) และ ผู้สนับสนุนทุก ๆ ท่าน อาทิเช่น นายวิษณุ ไชยแก้วเมร์ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เครือข่ายผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียน เจ้าหน้าที่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยตลอดจนชุมชน ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้การสนับสนุน เป็นกำลังใจ ในการดำเนินโครงการจนได้รับความสำเร็จ

มีข่าวดีมาบอก
ในปีการศึกษา 2557 เปิดรับสมัคร สมาชิกที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม อัศวิน มอก.
สมัครได้ที่ครู ดรุณี กันธมาลา เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (Green & Safe’s Knight) มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายน้องๆ จะได้รับความรู้ ประสบการณ์ มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

๘๕ พรรษา ถวายชัยองค์ราชัน

ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา

๘๕ พรรษา ถวายชัยองค์ราชัน

จำเรียงถ้อยร้อยกรองสนองพระบาท พระภูมิพลมหาราช ปราชญ์สยาม
เทิดไท้องค์ราชันขวัญเขตคาม สมพระนามภูมิแผ่นดินนวมินทรา
ร่มพระบารมีที่โอบเอื้อ ร่มเย็นเหลือพระเกื้อหนุนอุ่นทั่วหล้า
นานฉนำพระดำรงทรงเมตตา ดุจน้ำฟ้าชโลมสุขถ้วนทุกคน
ทรงพัฒนาที่ทางดั่งประสงค์ หุบกะพงพระทรงชัยใฝ่กุศล
มอบให้ข้าทำกินปิ่นกมล พระภูวดลดวงแก้วแพร้วพิไล
พื้นที่พรุพิกุลทองปองช่วยแก้ ดินทรายแท้เขาหินซ้อนทรงขานไข
พระปรับปรุงดินตื้นฟื้นทันใด มะม่วงหิมพานต์ปลูกไว้ไม่อาทร
ดินเค็มหมายชายทะเลทรงดำริ พระทรงริเริ่มสืบสาน ณ กาลก่อน
ทั้งปูปลาอาศัยอยู่สู่ทรัพยากร ตามคำสอนเหล่าประชาพาเปรมปรีดิ์
ให้อนุรักษ์ดินไว้ใช้หญ้าแฝก ปลูกยืดได้ไม่ผิดแผกแปลกวิถี
พระเกียรติคุณก้องหล้าทั่วธานี สดุดีเผยแผ่แก่โลกา
“นักวิทยาศาสตร์ดินเอื้อเพื่อมนุษย์” ประเสริฐสุดสมรางวัลอันทรงค่า
ด้วยหลายหลากมากพระกรุณา น้อมวันทาไว้เหนือเกล้าเรานิรันคร์
วาระเฉลิมพระชนม์มงคลสวัสดิ์ พระไตรรัตน์พิพัฒน์ผลดลสุสันต์
ถวายพระบวรชัยองค์ราชัน เป็นมิ่งขวัญ ธ ธำรงทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และบุคลากรโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
(นางศุภกัญญา รอดเดช :ร้อยกรอง)

จรวดขวดน้ำ (PET)

This slideshow requires JavaScript.

 

 

 

 

 

 

 

ปิดเทอมมีเวลาว่าง ๆ  Krubie  มีกิจกรรมดี ๆ  มาแนะนำ  ให้นำขวดน้ำอัดลมมาประดิษฐ์จรวดขวดน้ำ โดยมีวิทยากรที่เชี่ยวชาญ คุณจีระศักดิ์  โพธิ์เชียงราก ให้เกียรติมาแนะนำ ด.ช.ปฐพี  ทวีกุล  ทำจรวดขวดน้ำแบบง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพ สามารถใช้ยิงได้ไกล โดยทำการทดลองยิงที่สนามฟุตบอลโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย  จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักความเป็นมาของจรวจขวดน้ำกันก่อน

           ขวด PET (Poly Ethylene Terephthalate) : ขวด PET ได้เข้ามาเป็นที่รู้จักในประเทศไทยก็จากวงการของน้ำอัดลมนั้นเอง โดยนำมาเป็นขวดที่ใช้ในการใส่เครื่องดื่ม เพราะด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา มีความสามารถในการซึมผ่านของก๊าซต่ำ และที่สำคัญคือมีความต้านทานแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ถ้าหากเราไปใช้ขวดพลาสติกชนิดอื่น ซึ่งมีความทนต่อแรงดันอากาศต่ำ เมื่อเราใส่แรงดันอากาศเข้าไป แล้วยิง จรวดขวดน้ำ ก็จะทำให้ จรวดขวดน้ำ ระเบิดได้ 

วิธีการประดิษฐ์

1. เตรียมอุปกรณ์ได้แก่ ขวดน้ำอัดลมขนาด 1 ลิตร จำนวน 2 ขวด เทปกาว กรรไกรหรือคัดเตอร์ แผ่นพลาสติกหรือฟิวเจอร์บอร์ด นอกจากนี้อาจใช้ดินน้ำมันหรือกระดาษหนังสือพิมพ์เพื่อถ่วงหัวจรวดให้หนักขึ้น และปากกาเคมีเพื่อทำเครื่องหมายบริเวณที่จะตัด อาจจะเตรียมไม้รองตัดด้วยก็ได้

2. ใช้ปากกาเคมีขีดตำแหน่งที่จะตัดบนขวดพลาสติกขวดที่หนึ่ง เพื่อจะใช้ทำหัวจรวดและส่วนที่เรียกว่ากระโปรงจรวดใช้ในการติดครีบ(FIN) ตามรูป โดยอาจจะตัดตามรอยส่วนบนและล่างของขวดตามรูปทรงขวดก็ได้

3. นำส่วนหัวของขวดแรก(หมายเลข 1-1)มาสวมด้านท้ายของขวดใบที่ 2 เพื่อทำเป็นหัวจรวด อาจจะถ่วงให้หนักโดยใช้ดินน้ำมันอัดลงในส่วนหัวก็ได้ แล้วพันติดด้วยกันด้วยเทปกาวให้แน่นหนา

4. ส่วนอีกด้านให้ต่อทางด้านปากขวดเพื่อทำเป็นกระโปรงและติดครีบด้วยเทปกาว

5. ตกแต่งให้สวยงามตามต้องการ วิธีการอาจจะมีการดัดแปลงตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อผลของการยิงก็ได้ เพราะสิ่งที่จะเกี่ยวข้องกับการยิงก็จะเกี่ยวข้องกับรูปร่างของจรวดน้ำ น้ำหนัก ครีบ หรืออาจะเป็นแรงต้านของอากาศ

6. เติมน้ำและติดตั้งเข้ากับฐานยิง โดยสูบลมให้มีความดันที่ 50 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ซึ่งเป็นความดันที่ทำให้ยิงได้ไกลมากสำหรับการยิงที่สนามของโรงเรียน

ข้อควรระมัดระวัง

เนื่องจากกิจกรรมจรวดขวดน้ำมีอันตรายอันเนื่องมาจากต้องใช้ความดันสูง และการตกลงสู่พื้นของ จรวดอาจเป็นอันตรายได้ ควรพึงระมัดระวัง ดังนี้

1. สถานที่ดำเนินกิจกรรมต้องอยู่ในที่โล่งแจ้ง ไม่มีกลุ่มคนสัญจรไปมา เช่น สนามฟุตบอล

2. วัสดุที่ใช้ทำจรวดขวดน้ำ ต้องทำการการทดสอบแรงดันให้ทราบค่าที่แน่นอนก่อน เพื่อความ ปลอดภัย เช่น ขวดน้ำอัดลม (ขวด PET) สามารถทนแรงดันได้ประมาณ 12 บาร์

3. ขณะดำเนินกิจกรรม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น หมวกป้องกันศีรษะ แว่นตา และเสื้อกันฝน

4. ก่อนทำการปล่อยจรวดขวดน้ำ ต้องตรวจสอบก่อนทุกครั้งว่ามีคนอยู่ในพื้นที่ที่อาจเป็นอันตราย หรือไม่ และทิศทางการพุ่งไปของจรวดต้องไม่มีกลุ่มคน

5. ถ้าผู้ดำเนินกิจกรรมเป็นเด็ก ต้องมีผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ และดูแลเสมอ

ประโยชน์ของกิจกรรมจรวดขวดน้ำ

1. เพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์

2. ส่งเสริมทักษะทางวิทยาศาสตร์ให้กับผู้ที่ทำกิจกรรม

3. ส่งเสริมการทำงานแบบกลุ่ม

4. มีกิจกรรมที่สอดแทรกความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้าไปในการทำกิจกรรม

5. สามารถบูรณาการได้หลายวิชา ข้อเสนอแนะที่นำมาใช้ในโรงเรียน เนื่องจากการเรียนวิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมการทำจรวดน้ำนั้นต้องใช้ฐานยิงซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ จึงได้มีการเสนอแนะว่าควรให้ทางโรงเรียนจัดซื้อหรือจัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้ใช้ได้ จะทำให้การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการทำกิจกรรมจรวดขวดน้ำนั้นไปได้อย่างครบถ้วนกระบวนการ

ส่วนต่างๆ ของ จรวดขวดน้ำ

          

         1. ฐานยิงจรวดขวดน้ำ : มีอยู่ 2 แบบคือ ประเภทที่ใช้ระบบปลดเร็ว ซึ่งมี adapter ติดกับตัว จรวดขวดน้ำ และ ฐานยิงจรวดขวดน้ำ แบบไม่ใช้ adapter

          2. ปีก/ครีบ จรวดขวดน้ำ (Fin) :ส่วนสำคัญที่ช่วยในการบังคับทิศทางของ จรวดขวดน้ำ

          3. หัว จรวดขวดน้ำ : รูปร่างของหัว จรวดขวดน้ำ นั้น มีผลต่อแรงต้าน (drag) และตำแหน่งของจุดศูนย์กลางของแรงต้าน (center of drag) และการออกแบบ จรวดขวดน้ำ ต้องคำนึกถึงความปลอดถัยของ จรวดขวดน้ำ และสิ่งที่ จรวดขวดน้ำ จะชน

          นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น ขาตั้งจรวดขวดน้ำ การต่อขวด ปั๊มลม แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของ จรวดขวดน้ำ ฯลฯ ซึ่งสามารถหาความรู้ได้จากหนังสือ เว็บไซต์ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำ จรวดขวดน้ำ กันโดยตรง จากผู้ที่มีความรู้ความสนใจในกิจกรรม การประดิษฐ์จรวดขวดน้ำ ตามโอกาศต่างๆ 
    

การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมจรวดขวดน้ำ

จรวดน้ำ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนทางวิทยาศาสตร์และทักษะทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนสามารถสร้างความตระหนักเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนได้อีกวิธีหนึ่งโดยผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

วิทยาศาสตร์แห่งจรวดน้ำ

เราจะอธิบายการพุ่งขึ้นของจรวดขวดน้ำด้วยทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์อย่างไร หลายคนคงเคยเห็นว่า จรวดขวดน้ำพุ่งขึ้นไปในอากาศได้ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเพราะเหตุใด มันจึงพุ่งขึ้นไปได้ ทั้งๆ ที่มันไม่มีเครื่องยนต์ หรือมีการจุดระเบิดของเชื้อเพลิงแต่อย่างใด เราสามารถอธิบายการพุ่งขึ้นไปของจรวดขวดน้ำได้ด้วยกฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน ซึ่งคิดขึ้นโดยท่าน เซอร์ ไอแซค นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ

กฎข้อที่ 1 เรียกว่า “กฎของความเฉื่อย” กล่าวคือ วัตถุที่ไม่มีแรงภายนอกมากระทำ จะรักษาสภาพการเคลื่อนที่ของมันไว้ โดยเคลื่อนที่ไปทิศทางเดิม ด้วยความเร็วเท่าเดิม เช่น ถ้าลูกบอลที่วางอยู่ไม่มีใครมาเตะ มันก็จะยังอยู่นิ่งๆ อย่างนั้น หรือถ้าลูกบอลที่กำลังกลิ้งอยู่บนพื้นที่เรียบและลื่น (มีแรงเสียดทานน้อยมาก) มันก็จะกลิ้งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่คงที่

กฎข้อที่ 2 กล่าวว่า เมื่อมีแรงภายนอกมากระทำกับวัตถุ จะทำให้มันเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง หรือมีการเปลี่ยนแปลงความเร็ว ซึ่งมีขนาดมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงที่มากระทำ ดังสมการ F = ma โดยที่ F คือ ขนาดของแรงภายนอกที่มากระทำต่อวัตถุ m คือ มวลของวัตถุ a คือ ความเร่งของวัตถุเนื่องจากแรงภายนอกที่มากระทำ เช่น ลูกบอลที่วางอยู่นิ่งๆ เมื่อมีคนมาเตะ (มีแรงภายนอกมากระทำ) มันก็จะมีการเปลี่ยนแปลงความเร็ว หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง โดยถ้ามันถูกเตะออกออกไปด้วยแรงที่มาก มันก็จะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งมากเช่นกัน

กฎข้อที่ 3 แรงกริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยายา แต่มีทิศทางตรงข้าม กล่าวว่า ถ้าวัตถุ A ให้แรงจำนวนหนึ่งแก่วัตถุ B วัตถุ B ก็ให้แรงจำนวนที่เท่ากันกับที่ได้รับมาส่งกลับให้วัตถุ A เช่น การที่เราออกแรงเตะไปที่ลูกบอล (แรงกริยา) ลูกบอลก็จะออกแรงเตะมาที่เท้าของเราเช่นกัน (แรงปฏิกิริยา) ซึ่งทำให้เราเจ็บเท้าได้ เราจำเป็นต้องสวมรองเท้าเพื่อไม่ให้เท้าเราเจ็บครับ หลังจากที่เราอัดอากาศเข้าไปในขวด อากาศที่ถูกอัดอยู่ภายในจรวดขวดน้ำ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นสปริงที่จะดันให้จรวดลอยสูงขึ้นไป และดันน้ำให้พุ่งออกทางปากขวด การที่เราเติมน้ำลงไปในจรวดขวดน้ำทั้งๆ ที่ดูเหมือนว่าเราอาศัยเพียงแรงผลักของอากาศทำให้จรวดขวดน้ำพุ่งขึ้นไปได้ เป็นเพราะในขณะที่อากาศผลักให้จรวดขวดน้ำพุ่งขึ้นไป จรวดขวดน้ำก็จะผลักให้อากาศพุ่งถอยหลังไปเช่นกัน (ตามกฎข้อที่ 3 ของนิวตัน) แต่มวลของจรวดมีมากกว่ามวลของอากาศมาก ทำให้อากาศมีความเร่งมากกว่าความเร่งของจรวดมาก (พิจารณาตามกฎข้อที่ 2 ของนิวตัน) ทำให้อากาศพุ่งออกไปจากจรวดขวดน้ำหมดก่อนที่จรวดขวดน้ำจะพุ่งขึ้นไปได้สูง น้ำที่เราเติมลงไปนั้น จะช่วยชะลอเวลาที่อากาศใช้ในการพุ่งออกจากจรวดขวดน้ำ เพราะจรวดขวดน้ำต้องผลักให้น้ำภายในจรวดขวดน้ำพุ่งออกไปด้วย ทำให้ความเร็วของจรวดสูงขึ้นกว่าตอนที่ไม่ได้เติมน้ำลงไปในจรวดขวดน้ำนี้ แต่ปริมาณน้ำที่เพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้แรงผลักของอากาศลดลง และความดันภายในจรวดก็จะลดลงรวดเร็วมากขึ้น ดังนั้น จึงต้องมีอัตราส่วนของการเติมน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อทำให้จรวดขวดน้ำพุ่งออกไปได้ไกลที่สุด

ปัจจัยที่มีผลต่อการพุ่งของจรวดน้ำ

มีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการพุ่งขึ้นของจรวด เช่น ความดัน ปริมาณน้ำที่เติม มุมยิง รูปทรง ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้น้องจะมีวิธีอย่างไรบ้าง เพื่อหาข้อสรุปว่าปัจจัยแต่ละตัว ส่งผลอย่างไร ต่อการพุ่งขึ้นของจรวดขวดน้ำ สำหรับข้อมูลด้านล่างนี้ เป็นเพียงข้อมูลให้ได้ทราบเพื่อเป็นแนวทางก่อนทำการทดลองจริง

1. มุมปล่อยจรวดขวดน้ำ

กรณีนี้ ยิงด้วยมุม 90 องศา เป็นกรณีแรกที่สามารถทดลอง หรืออาจจะเคยเห็นเหตุการณอื่นในชีวิตประจำวันมาบ้างแล้ว เช่น เวลาโยนก้อนหินขึ้นไปเหนือศีรษะ มันก็จะตกลงมาโดนตัวเรา การยิงแบบนี้ก็เหมือนกันมันจะตกลงมาจุดเดิมที่เราปล่อย แล้วกรณีอื่นจะเป็นอย่างไร เราจะยิงด้วยมุมเท่าใด จึงจะทำให้จรวดเราพุ่งไปได้ไกลที่สุด ดูรูปด้านล่าง จะเห็นว่ามุมที่ยิงให้ได้ไกลที่สุดคือ มุม 45 องศา

2. ปริมาณน้ำ

สำหรับการทดลองเรื่องปริมาณน้ำนี้ อาจจะงงนิดหน่อยนะครับว่าน้ำที่เติมลงไปช่วยให้การพุ่งขึ้นอย่างไร แล้วเราต้องเติมปริมาณเท่าใดหรือว่ายิ่งเติมน้ำมากขึ้น จะยิ่งทำให้จรวดเราพุ่งไปไกล แต่สุดท้ายต้องหาข้อสรุปด้วยตัวเองครับ แต่โดยทั่วไปผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำให้เติมประมาณ 1 ใน 3 ของขวด

3. ความดัน

ยิ่งเราเพิ่มความดันมากขึ้น ยิ่งทำให้จรวดเราพุ่งได้ไกล มากขึ้นเท่านั้น แต่ก็มีข้อจำกัดเหมือนกันนะครับ เพราะว่า ขวดที่เราใช้นั้น จำกัดความดันแค่ประมาณ 11 บาร์เท่านั้นเอง (สำหรับขวดน้ำอัดลมเท่านั้นนะค่ะ)

การแข่งขันจรวดขวดน้ำ

       สำหรับในประเทศไทย การแข่งขันจรวดขวดน้ำระดับประเทศ ได้มีการจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี 2546 โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) “การแข่งจรวดขวดน้ำ”นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ง่ายที่เยาวชนจะให้ความสนใจแล้ว ยังควบคู่ไปด้วยสาระความรู้ในกระบวนการวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมพัฒนาให้เด็กได้ใช้ความรู้และจินตนาการอย่างดี และยังมีบุคคล นักเรียน นักศึกษาให้ความสนใจในกิจกรรมนี้มากขึ้นอีกด้วย

        อย่างไรก็ตาม นอกจากการแข่งขันระดับประเทศของไทยแล้ว จรวดขวดน้ำยังเป็นที่นิยมในหลายๆ ประเทศ อย่าง Water Rocket Challenge ในประเทศอังกฤษ Adventures in Science and Technology – The Great Cross – Canada Water Rocket Challenge ที่แคนาดา Japanese Water Rocket Contest ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเยาวชนไทยนั้นก็มีความสามารถไปประชันฝีมือในเวทีระดับชาติมาแล้วเช่นกัน

ข่าวดี !!!!

        สำหรับผู้ที่สนใจ จะทำจรวดขวดน้ำ   เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม krubie ยินดีให้คำแนะนำ

เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโดยนำวัสดุเหลือใช้มา Recycle

 ออกแบบประดิษฐ์เป็นของเล่น และสามารถแข่งขัน

ในวันวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.rocketsdata.tht.in/

http://hilight.kapook.com/view/15400

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.