ป.วิ ฯ

ป.วิอาญา แก้ไขใหม่ มาตรา ๕

 

ครูบี้ ดรุณี กันธมาลา และครูแนะแนวทั่วประเทศ ได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมซึ่งจัดโดยสมาคมแนะแนวแห่งประเทศไทยและกระทรวงยุติธรรม หลังจากนั้นได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงยุติธรรม ( 0132/2547 ) ปฏิบัติหน้าที่นักจิตวิทยา ป.วิอาญา (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา)ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฏาคม 2547 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งรู้สึกดีใจมากที่นอกจากจะได้ใช้ความรู้สอนหนังสือแล้วยังได้ช่วยเหลือ เด็ก เยาวชน และสตรี ในคดีความผิดต่าง ๆ จากประสบการณ์อันน้อยนิด อยากมาเล่าให้ฟัง คิดว่าคงเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ก่อนอื่นอยากให้เด็ก ๆ ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ กฎหมายที่เกี่ยวกับ เด็ก ๆ เพื่อเป็นความรู้และประโยชน์ต่อตัวน้อง ๆ ต่อไปในภายหน้า

วันที่ 20 พฤศจิกายน ของทุกปี

ประเทศเกือบทั้งโลกได้ร่วมลงสัตยาบรรณกำหนดให้เป็นวันสิทธิเด็ก”เหตุผลก็คือต้องการให้ทุกคนในโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก ร่วมกันพิทักษ์สิทธิเด็กอย่างเข้มแข็ง ให้อยู่รอดปลอดภัย มีพัฒนาการที่พร้อมเพื่อสืบทอดมรดกวัฒนธรรมให้ยั่งยืนต่อไป

 

 


 

 

ป.วิอาญา แก้ไขใหม่ มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งและวรรคสองของมาตรา ๑๓๓ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน“มาตรา ๑๓๓ ทวิ ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายอันมิใช่ความผิดที่เกิดจากการชุลมุนต่อสู้ ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ ความผิดฐานกรรโชก ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ หรือคดีความผิดอื่นที่มีอัตราโทษจำคุก ซึ่งผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีร้องขอ การถามปากคำผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีให้พนักงานสอบสวนแยกกระทำเป็นส่วนสัดในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการร่วมอยู่ด้วยในการถามปากคำเด็กนั้นและในกรณีที่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เห็นว่าการถามปากคำเด็กคนใดหรือคำถามใด อาจจะมีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจเด็กอย่างรุนแรง ให้พนักงานสอบสวนถามผ่านนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เป็นการเฉพาะตามประเด็นคำถามของพนักงานสอบสวน โดยมิให้เด็กได้ยินคำถามของพนักงานสอบสวนและห้ามมิให้ถามเด็กซ้ำซ้อนหลายครั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควรให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องแจ้งให้นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการทราบ รวมทั้งแจ้งให้ผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กทราบถึงสิทธิตามวรรคหนึ่งด้วย”

 

 

นับตั้งแต่ ป.วิ อาญาใหม่ประกาศใช้การสอบสวนเด็ก เยาวชนไม่ว่าจะสอบ ฯ เป็นผู้ต้องหา พยาน จะแตกต่างจากผู้ใหญ่สิ้นเชิงการสอบปากคำเด็กกฎหมายบัญญัติให้ พนักงานสอบสวน (พงส.)จะต้องสอบต่อหน้าสหวิชาชีพแล้วสหวิชาชีพคืออะไร? สหวิชาชีพคือ 1.พนักงานอัยการ 2.นักจิตวิทยา/นักสังคมสงเคราะห์ 3.ทนายความ4 บุคคลที่เด็กร้องขอ(บุคคลที่ไว้วางใจ ผู้ปกครอง ฯ ) และสุดท้ายคือตัว พงส. เอง กฎหมายออกมาเพื่อคุ้มครองเด็กจ๊ะ เกรงว่าการอยู่กับพนักงานสอบสวนสอง ต่อ สอง เด็กจะโดนอย่างโน้น โดนอย่างนี้ ซึ่งในปัจจุบันเราจะพบข่าวผู้ต้องหาส่วนใหญ่อายุไม่ถึง 18 ปีอาจเป็นเพราะกระทำผิดเอง หรือ เป็นการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือกระทำความผิดเพราะ กฎหมายคุ้มครอง นับวันมีคดีรุนแรงเพิ่มมากขึ้นๆๆๆ ดังนั้นการที่จะให้บุคคลที่กล่าวถึงมาพร้อมกันทั้งหมดได้ จะยากยิ่ง โดยเฉพาะโรงพักอยู่ห่างจากตัวจังหวัดมาก ๆ นั่งรถมาหลายกิโลมานั่งรอให้คนครบแต่ก็ไม่ครบ ไม่ได้สอบฯ ต้องมาใหม่ก็มี แต่มีผลดีสำหรับคดีที่ละเอียดอ่อนอย่างกรณีที่เด็กถูกอนาจาร/ข่มขืน/กระทำชำเรามา จะให้ตำรวจถามเองสอบเอง คำถามอาจจะกระทบกระเทือนจิตใจเด็ก เพราะต้องสอบถามอย่างละเอียด บางคนไม่เข้าใจมองอย่างเผิน ๆ ก็อาจจะกล่าวหาว่าตำรวจลามกได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีตำรวจหลายท่านจบการศึกษาด้านจิตวิทยาฯ ครูบี้ไปปฏิบัติหน้าที่ ฯได้พบเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่  บ้านพิงใจ ตำรวจที่เป็นรุ่นพี่ มช. และศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัย ท่านผู้พิพากษา อัยการ และทนายความ อีกทั้งท่านอื่น ๆ  กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทุกหน่วยงาน สถาบัน ที่ได้ให้ความรู้คำแนะนำต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

 

 

 

 

สงกรานต์ปลอดเหล้า ปลอดภัย เล่นน้ำไร้รุนแรง โป๊  – เปลือย

              ปีใหม่ไทย เทศกาลสงกรานต์เวียนมาถึงอีกครั้ง แม้อากาศร้อนระอุเดือนเมษายน ก็ไม่สามารถทำลายความสุข
สดชื่นของพี่น้องชาวไทยไปได้
 
             วันดีๆ แน่นอนว่าทุกคนย่อมอยากพบแต่สิ่งดี เรื่องดีๆ แต่เทศกาลสงกรานต์หลายปีที่ผ่านมา ภาพชินตากลายเป็นวัยรุ่นเมาแอ๋ เล่นน้ำด้วยความคึกคะนอง ลวนลาม อนาจาร โป๊เปลือย ทะเลาะชกต่อย และเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมเริ่มปฏิเสธและต่อต้าน ทำให้หลายพื้นที่ร่วมมือกันทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น เพื่อจัดกิจกรรมให้ปลอดจากน้ำเมา เพื่อลดปัญหาข้างต้นที่จะตามมาเมื่อเหล้าเข้าปาก
 
             “ประเพณีสงกรานต์ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า” ประจำปี 2555 มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม กว่า 136 องค์กร อาทิ กรุง เทพมหานคร กระ ทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เครือข่ายหมออนามัย เครือข่ายลดอุบัติเหตุ เพื่อผลักดันให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย นำความสุขของครอบครัว และวัฒนธรรมดีๆ กลับมาอีกครั้ง
 
            นำมาสู่การประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนนโยบายประเพณีสงกรานต์ปี 2555 ด้วยกัน 4 ข้อ คือ
 1.ร่วมกันประกาศเป็นนโยบายในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชน
2.ไม่ร่วมมือกับบริษัทเหล้าเบียร์บุหรี่ ทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการขายหรือ ทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์ ทำกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ (CSR) บาปในพื้นที่จัดงานสงกรานต์ 
3.ร่วมกันบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดย เฉพาะพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 อย่างจริงจัง
4.ฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม ซึ่งขณะนี้กลายเป็นสงกรานต์เถื่อน ขาดสติ โป๊เปลือย โดยร่วมกันค้นหาคุณค่าของประเพณีสงกรานต์ และส่งต่อถึงเด็กและเยาชนอนาคตสำคัญ ของชาติ
 
            ภาครัฐอย่างกระทรวงมหาดไทย ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการให้นโยบายเพื่อให้ระดับพื้นที่นำไปปฏิบัติให้เกิดเรื่องดีๆ ขึ้น นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย ประกาศชัดเจนว่า ได้ออกมาตรการ นโยบาย และใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่รูปธรรมเล่นน้ำปลอดเหล้าในแต่ละจังหวัด เพื่อทำให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงเจ้าภาพในพื้นที่ ร่วมกันทำงานนำไปสู่การปลอดน้ำเมา และคืนวัฒนธรรมอันดีงามกลับสู่สังคม
 
           จากการทดลองพื้นที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไม่กี่พื้นที่ ถึงปีนี้หลายจังหวัดได้เห็นประโยชน์ และสร้างความร่วมมือขึ้นภายในจังหวัด ทำให้ขยายพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า จาก 60 พื้นที่ 44 จังหวัด เพิ่มเป็น 70 พื้นที่ 50 จังหวัด โดยมีถนนเล่นน้ำตระกูลข้าว 20 แห่ง ซึ่งล้วนแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าร่วมงานจำนวนมาก
 
            เริ่มด้วยภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติเข้าร่วมงาน เคยพบปัญหา เมา ทะเลาะวิวาท และจมน้ำเสียชีวิตในคูเมืองเกือบทุกปี ทำให้พื้นที่เห็นปัญหาร่วมกันกลายเป็นจุดเปลี่ยนค่อยๆ กำหนดเป็นพื้นที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนในปีนี้สามารถสร้างความร่วมมือทำให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า ประชาชน ช่วยกันทำให้พื้นที่รอบคูเมืองทั้งหมดปลอดน้ำเมา เมื่อดูจากสถิติพบว่าปี 2552 มีการจับกุมผู้กระทำผิดที่ขายน้ำเมาได้ 158 ราย ในปี 2554 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว จับกุมผู้ลักลอบขายน้ำเมาได้เพียง 20 ราย 
 
          เมื่อไม่มีน้ำเมา จ.เชียงใหม่ ได้จัดงานสืบสานประเพณีปี๋ใหม่เมือง “จุ้มน้ำเย็นก๋าย จุ้มใจ๋ปี๋ใหม่เมือง” ณ ข่วงวัฒนธรรม ประตูท่าแพ ถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่ วันที่ 8-15 เม.ย. 2555 ฟื้นวัฒนธรรมล้านนา ซึ่งวัฒนธรรมล้านนา เชื่อว่าวันที่ 13 เม.ย. เป็น “วันล่องสังขาร” ประชาชนจะทำความสะอาดบ้านเรือน ร่างกายเพื่อเอาของไม่ดีออกจากตัว วันที่ 14 เม.ย. เป็น “วันเนา” จะมีการทำอาหารมงคลและไม่ด่าทอใคร วันที่ 15 เม.ย. เป็น “วันพญาวัน” หรือ “วันเถลิงศก” ประชาชนจะเข้าวัด ฟังธรรม รดน้ำดำหัวขอขมาผู้ใหญ่ ซึ่งจะมีกิจกรรมในวัดเกือบทุกแห่ง 
 
              นอกจากถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่ ยังมีถนนข้าวหนมเส้น จ.แพร่ ถนนข้าวปุก อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ถนนข้าวแต๋น จ.น่าน ด้วย
 
              ภาคอีสาน ก็ม่วนซื่นไม่แพ้กัน ถนนชื่อดังที่ขึ้นชื่อ อย่างถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น ที่เคยทำสถิติโลก ด้วยกิจกรรมคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์ Human waves NO AL จำนวน 50,208 คน ซึ่งในปีนี้จะรักษาสถิติ คลื่นมนุษย์เรืองแสงไร้แอลกอฮอล์ โดยแจกหมวกเรืองแสงให้คลื่นมนุษย์ที่มาร่วมเที่ยวงานสงกรานต์ เพื่อร่วมกิจกรรมคลื่นมนุษย์ด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 13-15 เม.ย. ในเวลา 19.00 น. อย่างพร้อมเพรียงกัน
 
               นอกจากนี้ ในภาคอีสานยังมีกิจกรรมที่ถนนข้าวเม่า จ.มหาสารคาม ถนนดอกไม้และสายน้ำ จ.อุบลราชธานี ถนนข้าวหลาม อ.เชียงคาน จ.เลย ถนนข้าวเปียก จ.อุดรธานี ถนนข้าวปุ้น จ.นครพนม ถนนข้าวฮาง จ.สกลนคร ภาคตะวันออกก็มี ถนนข้าวทิพย์ จ.จันทบุรี ถนนข้าวสวย จ.ตราด ภาคกลางมีถนนข้าวแช่ จ.ปทุมธานี ถนนข้าวเปลือก จ.กาญจนบุรี ถนนข้าวสุก จ.อ่างทอง ถนนข้าวโพด จ.เพชรบูรณ์ ถนนข้าวต้ม จ.นครนายก ถนนข้าวโพด จ.ชัยนาท และในภาคใต้ ก็มีถนนข้าวยำ จ.ปัตตานี
 
              สําหรับชาวกรุงเทพฯ ก็มีให้ได้สัมผัสบรรยากาศ ชื่นใจไร้มลพิษจากแอลกอฮอล์ 3 พื้นที่ คือ 1.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ Bangkok Songkran Festival 2012 @ Central World วันที่ 13-15 เมษายน 2555 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เต็มพื้นที่ เวลา 12.00-22.00 น. 2.ลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกทม. และ 3.ถนนสีลมที่จะเป็นสงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์ 100 เปอร์เซ็นต์ 
 

ไม่มีขี้เมา โชว์โป๊ โชว์เปลือย 

 
                ความร่วมมือที่ขยายพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มงานทุนอุปถัมภ์เชิงรุกเพื่อทดแทนธุรกิจแอลกอฮอล์ ด้านประเพณีวัฒนธรรม สสส. อธิบายว่า มาจากผลของพื้นที่สงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์ สิ่งที่พบคือ เมื่อไม่เมา ก็ไม่ตีกัน ไม่ลวนลาม อนาจาร อุบัติเหตุ ซึ่งทำให้ครอบครัวมาร่วมเล่นน้ำอย่างสบายใจ พ่อแม่ สามารถวางใจให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมได้ ผลคือ คนเข้าร่วมเยอะขึ้น คนเจ็บน้อยลง หมอ พยาบาล ตำรวจไม่ต้องเหนื่อยกับผลจากคนเมา 
 
           “ความร่วมมือเกิดจากสังคมปฏิเสธความรุนแรง ไม่อยากเห็นภาพสงกรานต์เละเทะ ไม่เหลือเค้าโครงวัฒนธรรมดีๆ เหมือนเดิม เมื่อเทียบกำไรที่พื้นที่จะได้จากบริษัทน้ำเมาที่เข้ามาให้ทุนการจัดงาน ไม่สามารถเทียบได้กับสิ่งที่ต้องเสียไป ทั้งค่ารักษาพยาบาล ความเสื่อมโทรม เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของจังหวัด ซึ่งเป็นผลลบต่อคนในพื้นที่โดยตรง จึงได้เห็นภาพที่จังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น ยังไม่นับในท้องถิ่น ชุมชนขนาดเล็ก ที่นำสิ่งดีๆ นี้ไปขยายต่อ สุดท้ายประโยชน์ก็จะตกอยู่กับลูกหลาน และดำรงซึ่งวัฒนธรรมดีๆ ของเราไว้ได้”

[Youtube=http://www.youtube.com/watch?v=1kW8U_Lmbwk&feature=endscreen&NR=1]

 

บัตรประชาชนเด็ก

  

 

  กลายเป็นประเด็นฮ็อตที่กำลังฮือฮาอยู่ในขณะนี้ เมื่อเด็กอายุ7ปีขึ้นไปจะต้องมี

บัตรประชาชน!จึงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจใครหลายคน   !!ทำไมเด็ก 7 ปี ต้องมี

บัตรประชาชนด้วย  ??มาหาคำตอบกันค่ะ

 จากพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554 ที่มีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 70 ปี และมีชื่อในทะเบียนบ้าน ต้องมีบัตรประชาชนโดยร่างพระราชบัญญัติประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้ 60 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาดังนั้นจึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา

‎1. มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับจากวันประกาศในราชกิจจาฯ  (ประกาศ 11 พฤษภาคม 2554  มีผลบังคับใช้ต้นกรกฎาคม) 
 
2. คนที่เดิมกฎหมายไม่บังคับให้ต้องมีบัตรฯ (เช่น คนที่อายุเจ็ดปีถึงสิบสี่ปี)จะได้รับการผ่อนผันยืดเวลา deadline ไปอีกหนึ่งปีนับจากวันที่มีผลบังคับใช้และรัฐมนตรีอาจผ่อนผันต่อไปอีกได้  (หมายความว่าทำได้ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎา 54  ไปจนถึงต้นเดือนกรกฎา 55  โดยที่ไม่โดนปรับ)
 
3. ค่าบริการในกรณีทำบัตรครั้งแรกไม่ต้องจ่าย
 
มาตรา 6 จัตวา บอกว่า ผู้ถือบัตรต้องมีบัตรใหม่หรือเปลี่ยนบัตรแล้วแต่กรณี
โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่
(1) วันที่บัตรหายหรือถูกทำลาย
(2) วันที่บัตรชำรุดในสาระสำคัญ
(3) วันที่แก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุลหรือชื่อตัวและชื่อสกุลในทะเบียนบ้าน

 

 อ่านรายละเอียด พรบ. เพิ่มเติมได้ที่นี่

 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2554/A/034/64.PDF
  

 ข้อดีคือ

  1. สามารถที่จะตรวจสอบประวัติได้เพราะเมื่อเข้าสู่ระบบการทำบัตรประชาชนแล้วจะมีการจัดเก็บข้อมูลของประชาชนเพิ่มขึ้น คือ นอกเหนือจาก ชื่อ ที่อยู่ วัน เดือนปี เกิด บิดา มารดาแล้ว จะมีการเก็บรูปถ่ายของเด็ก ลายนิ้วมือของเด็กเพิ่มเข้าไปอีกทั้ง เมื่อเด็กได้ทำบัตรครั้งแรกแล้วครั้งต่อไปก็จะไม่มีใครมาสวมสิทธิของเด็กได้เพราะมีการตรวจสอบเกิดขึ้นโดยเริ่มตั้งแต่คนที่มีอายุ 7 ปี ขึ้นไป

  2. เพื่อแสดงตน ในการรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่พึงมีพึงได้ โดยเฉพาะในการเข้ารับบริการสาธารณะของรัฐหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานต่างๆด้วยกัน ทั้งประกันสังคม ประกันสุขภาพสวัสดิการจากราชการ ก็จะสามารถแยกแยะกลุ่มคนได้ชัดเจน

  3. เพื่อมีหลักฐาน  แสดงตนเข้ารับสิทธิประโยชน์ต่างๆ รัฐเองต้องการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นใครเป็นคนไทยหรือไม่  เพื่อให้เกิดความชัดเจน  ซึ่งเด็กจะสามารถแสดงตัวได้ง่ายขึ้นอีกทั้งการลักลอบสวมสิทธิก็ทำได้ยากขึ้นปัจจุบันมีเด็กที่เกิดจากแรงงานต่างด้าว ในประเทศไทยมีจำนวนมาก

  4.  เกิดความสะดวกในการใช้งาน มีรูปถ่าย แทนที่จะต้องพกทะเบียนบ้าน สูติบัตรก็พกบัตรประชาชนเพียงใบเดียวก็สามารถแสดงตนได้ทันที

ข้อเสียคือ
1.  เด็กวัยนี้ทำของหายบ่อยผู้ปกครองคงต้องปวดหัวถ้าต้องทำบัตรใหม่บ่อยๆ
2.  เป็นการเพิ่มช่องให้ผู้บังคับใช้กฎหมายเรียกเด็กเพื่อขอตรวจดูบัตร
3.  บัตรประชาชนของผู้ใหญ่ยังออกไม่ทันยังมีบัตรประชาชนของเด็กมาเพิ่มอีกซึ่งในขณะนี้มีเด็กทั่วประเทศอยู่ประมาณ 8 ล้านคน

4.เป็นข้ออ้างในการเพิ่มกำลังคนสำหรับหน่วยงานผู้ออกบัตร

5.ใช้งบประมาณจำนวนมาก

 

                                        

   

                               การค้ามนุษย์เหยื่อเด็กสตรี

 

 

 

 

 กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์

+ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539
+ พระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ. 2540
+ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 14)
+ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2542
+ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
+ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
+ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
+ พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546
+ พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544


       เรื่องภัยเงียบใกล้ตัวปัญหาความรุนแรงในครอบครัวไม่ควรละเลย

 

 จากสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดูได้จากตัวเลขการให้บริการของศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ประจำจังหวัด 297 แห่ง พ.ศ.2550 มีเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ที่ถูกกระทำทารุณเข้ารับบริการจำนวน 19,068 ราย

นับเป็นเวลากว่า 15 ปี ที่องค์กรภาครัฐและองค์กรผู้หญิงมีความพยายามผลักดันให้เกิดกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องความรุนแรงในครอบครัว เพื่อให้เป็นกลไกหนึ่งของการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จนเกิดเป็น พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว 

พ.ศ.2550 ขึ้น มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2550 พระราชบัญญัติฉบับนี้ มุ่งการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง (ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงและเด็ก) ในด้านการแจ้งความดำเนินคดีโดยมีนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา ร่วมแจ้งความด้วย รวมทั้งการบำบัดฟื้นฟูด้านจิตใจ และยังมีมาตรการในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยการให้ผู้กระทำความรุนแรงได้บำบัดฟื้นฟูด้านจิตใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้กระทำความรุนแรง (ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย) ในครอบครัว ให้มีการปรับทัศนคติในการเคารพไม่ใช้ความรุนแรงให้เกียรติกับภรรยาที่เป็นผู้ถูกกระทำ รวมทั้งยังให้ผู้พบเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ต่างมีหน้าที่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อให้มีการระงับเหตุการณ์ความรุนแรงไม่ให้รุนแรงมากขึ้น

 

 

 

เพื่อรณรงค์ยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทุกวันที่ 25 พ.ย.ของทุกปี องค์การสหประชาชาติจึงได้กำหนดให้เป็น “วันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง”ขึ้น ด้วยเหตุนี้ หลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยูนิเฟม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิเพื่อนหญิง ตลอดจนเครือข่ายยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง จึงได้รวมพลัง สร้างค่านิยม “ไม่เพิกเฉย” ต่อความรุนแรง พร้อมดำเนินโครงการรณรงค์ “หนึ่งเสียง หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง”โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในการเป็นทูตสันถวไมตรีให้กับกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง (UNIFEM) ในโครงการ Say NO to Violence Against Women ประเทศไทยนำร่องประเทศแรกในเอเชียที่ตระหนักถึงปัญหาสตรี  โดยพระองค์ทรงริเริ่มโครงการ “กำลังใจ” ขึ้นมา และทรงประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขังตามทัณฑสถานต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางและมีความต้องการพิเศษ นอกจากนี้ ยังทรงประทานความช่วยเหลือเพื่อให้ผู้ต้องขังกลับตัวเป็นพลเมืองดี ภายหลังจากพ้นโทษแล้ว  

             สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ของสังคม อย่างเราๆ แล้ววันนี้คุณพร้อมที่จะเป็นหนึ่งเสียง เพื่อหยุดความรุนแรง ต่อผู้หญิง…แล้วหรือยัง!!!   

 

  

                                   บุหรีมือสองอันตราย  !!!!

 

ประกาศฉบับที่ 18 ที่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2550 เพิ่มพื้นที่คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ตามพ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 โดยกำหนดให้สถานบันเทิงประเภทผับ บาร์ ร้านอาหาร ตลาดทุกประเภท ทั้งตลาดสด ตลาดขายเสื้อผ้า รวมถึงตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาดนัดเปิดท้ายขายของต่างๆ บังคับทั้งที่ติดแอร์และไม่ติดแอร์ จะต้องเป็นเขตปลอดควันบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถจัดสถานที่สูบภายนอกที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกได้ แต่ต้องให้ห่างไกลผู้คน ไม่ส่งกลิ่นรบกวน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ก.พ. ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับตามกฎหมาย โดยเจ้าของผู้ดูแลสถานที่ มีโทษปรับ 20,000 บาท ส่วนประชาชนที่สูบในเขตห้ามจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทหากพบกระทำผิดอีกจะดำเนินการตามกฎหมายและขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันตรวจสอบ หากพบการทำผิดขอให้แจ้งที่ศูนย์ร้องเรียนบุหรี่และสุรา หมายเลขโทรศัพท์ 02-590-3342 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเติมอีก 3 ฉบับ โดยปรับเปลี่ยนรูปภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ให้เหมาะ โดยเปลี่ยนรูปคำเตือน”ควันบุหรี่นำชีวิตสู่ความตาย” ซึ่งใช้ภาพการใช้หอยสังข์รดน้ำศพเป็นสื่อ เปลี่ยนใช้ขันน้ำแทนหอยสังข์ โดยบังคับพิมพ์คำเตือนทั้งบุหรี่ซิกาแร็ต และบุหรี่ซิการ์ และมีผลบังคับใช้ภายหลังลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน นอกจากนี้ยังกำหนดการใช้เครื่องหมายแสดงเขตสูบบุหรี่ให้ใช้สีฟ้า เขตปลอดบุหรี่แสดงด้วยสีแดง และการแสดงความหมายให้สอดรับกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันมากขึ้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: